{$id} {$name}

พูดชื่อ “กางเกงชิโน่” แล้ว หลายคนคงคุ้นเคยกับกางเกงสไตล์นี้เป็นอย่างดี ด้วยสไตล์ที่สวมใส่ง่าย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ มีทั้งความเป็นทางการ (Formal) และความไม่เป็นทางการ (Casual) ในตัว แถมยังง่ายต่อการแมทช์ให้เข้ากับเสื้อผ้าเกือบทุกแบบ ช่วยสร้างลุคตามที่เราต้องการได้ทุกสถานการณ์ และด้วยความที่ #กางเกงดีดี สินค้าใหม่ล่าสุดของแบรนด์ GQ นั้นคือเวอร์ชั่นอัปเกรดของ “กางเกงชิโน่” ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น วันนี้เราเลยอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับกางเกงสไตล์นี้มากยิ่งขึ้นกัน

กำเนิดขึ้นในฐานะเครื่องแบบของทหาร
ย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 19 กองทหารอังกฤษในอินเดียพบว่าสีแดงบนเครื่องแบบทหารนั้นโดดเด่นและสะดุดตาเกินไป ร.ท. แฮร์รี ลัมส์เดน (Harry Burnett Lumsden) จึงเกิดไอเดียในการสร้างเครื่องแบบสีใหม่ขึ้นมาเพื่อให้พรางตัวกับภูมิประเทศที่เป็นทะเลทรายได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการนำผ้าฝ้ายไปย้อมเป็นด้วยการเลียนแบบสีแบบฝุ่นทราย หรือสีน้ำตาลอ่อนๆ ก่อนจะตั้งชื่อว่า “สีกากี” (Khaki) โดยตั้งชื่อตามคำว่าฝุ่นในภาษาฮินดี และในไม่ช้าเครื่องแบบ “สีกากี” ก็แพ่หลายและกลายเป็นมาตรฐานของเครื่องแบบทหารทุกที่บนโลก

แล้วคำว่าชิโน่มาจากไหนละ? หลังจากที่ยูนิฟอร์มสีกากีแพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว ในระหว่างสงครามสเปน-อเมริกา (ช่วงปลายศตวรรษ 19) กองทหารอเมริกันเริ่มเรียกกางเกงกากีพวกเขาสวมใส่ว่า "ชิโน่" (Chinos) ซึ่งเพี้ยนมาจาก China หรือประเทศจีน สถานที่ผลิตเครื่องแบบของพวกเขา ด้วยคุณภาพและดีเทลที่น้อยลง บวกกับเนื้อผ้าที่เบาและยืดหยุ่นได้มากกว่า และกลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่ของกางเกงสไตล์นี้ ทุกวันนี้ชุดกากีจะหมายถึงชุดทำงานตัดเย็บจากผ้าทอลายทแยงที่หนาและทนทานกว่า ในขณะที่กางเกงชิโน่โดยทั่วไปจะเบากว่าและยืดหยุ่นกว่า

ส่วนด้านแฟชั่นคำว่า Khaki กับ Chino สามารใช้เรียกแทนกันได้ แต่ Khaki Pants จะมีความคล้ายกับเวอร์ชั่นต้นตำรับของยูนิฟอร์มทหารมากกว่า มีความเป็น Workwear มากกว่า และจะมีเฉพาะสีฝุ่นทรายเท่านั้น ส่วน Chino Pants นั้นเนื้อผ้าจะมีความเบากว่า ดีเทลน้อยกว่า และมีความหลากหลายของสีมากกว่านั้นเอง



กลายเป็นไอเทมสายแฟชั่นตั้งแต่ยุค 50’s
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง กางเกงชิโน่ก็เข้ามามีบทบาทกับพลเรือนมากยิ่งขึ้น กลายมาเป็นไอเทมสำคัญของการแต่งตัวแบบ Preppy สไตล์ที่เป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษาสังกัด Ivy League กลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของอเมริกา ซึ่งล้วนมาจากบ้านที่ค่อนข้างมีฐานะ เป็นชนชั้นสูงในสังคม และมีรสนิยม ซึ่งพวกเขามักจะใส่กางเกงชิโน่คู่กับ เสื้อเชิ้ต Oxford, เสื้อ Blazer, เสื้อโปโล หรือเสื้อรักบี้ ส่งผลให้สไตล์ Preppy กลายเป็นบรรทัดฐานในการแต่งตัวของชนชั้นสูงในยุคนั้นเลยทีเดียว

แต่กางเกงชิโน่ก็ไม่ได้จำกัดแค่ในแวดวงไฮโซเท่านั้น เพราะเรายังได้เห็นสไตล์ไอคอนแห่งยุค และคนดังในประวัติศาสตร์สวมใส่กางเกงชิโน่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น James Dean ในภาพยนตร์ East of Eden, Elvis Presley ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์, Keith Haring ผู้ให้กำเนิดศิลปะ Subway Drawings หรือแม้กระทั่งแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง Tommy Hilfiger และ Ralph Lauren ที่นำกางเกงชิโน่มาแนะนำให้กับคนรุ่นใหม่ได้รู้จักในสไตล์ที่หรูหรากว่าเดิม

ไม่ช้ากางเกงชิโน่ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัยรุ่น ที่ไม่ว่าจะเป็นคนสไตล์ไหนก็สามารถสวมใส่กางเกงชิโน่ได้ แถมยังเข้าไปมีบทบาทใน Sub Culture ต่างๆ มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวงการฮิปฮอป, วงการสเก็ตบอร์ด ซึ่งสร้างความหลากหลายของรูปทรงและสีสันของกางเกงชิโน่มาจนถึงปัจจุบัน และทุกวันนี้เรายังได้เห็นกางเกงชิโน่บนรันเวย์ของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Maison Margiela, Balenciaga และอื่นๆ อีกมากมาย

GQ นำมาปรับโฉมใหม่เพื่อคนไทยทุกคน
ในปีนี้ GQ ได้หยิบเอากางเกงชิโน่สุดคลาสสิกมาปรับโฉมใหม่ในชื่อ “กางเกงดีดี” (GQ Perfect Stretch Light Chino™) มาพร้อมกับนวัตกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้าน้ำหนักเบา ยืดได้ 4 ทิศทาง ที่ทำให้ขยับตัวได้ง่าย ไม่รั้ง สามารถสนุกได้ทุกกิจกรรม, GQ Guard สะท้อนน้ำ กันเปื้อน ล้างออกง่าย, กระเป๋ากางเกงสุดลึก เก็บของไม่กลัวหล่น พร้อมผ้า GQ Safe Cell ที่ช่วยป้องกันส่วนสำคัญไม่ให้โดนรังสีจากมือถือ และ GQ Buffet Waist เอวที่สามารถปรับขนาดได้ กลายเป็นกางเกงชิโน่ที่สวมใส่สบาย แมทช์ได้ทุกลุคไปสุดทุกไลฟ์สไตล์ สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาสของชีวิต

   

“กางเกงดีดี” (GQ Perfect Stretch Light Chino™) จะมีให้เลือกถึง 5 สี Beige, Black, Dark Gray, Dark Navy, Dark Green และ Dark Red มาทดสอบความเจ๋งของ GQ Perfect Stretch Light Chino™ ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน GQ ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์

#GQApparel #GQPerfectChino

×